วันนี้อยู่บ้านคนเดียวทั้งวัน พอตกดึกหน่อยก็จะออกอาการเพี้ยนๆ คิดฟุ้งซ่าน นู่นนี่ อันเป็นที่มาของบล็อกวันนี้ กับ topic ที่คิดไม่ตกซะทีว่าชีวิตข้างหน้าอีก 4 - 5 ปีจะเอายังไงดีหว่า ...
เริ่มต้นท้าวความจากวันที่ออกจากเมืองไทยมาเรียนโทต่อที่นี่เมื่อปี 2007 ตอนนั้นก็ตั้งใจไว้ว่า เมื่อเรียนจบแล้วก็คงมีสองทางเลือก ทางเลือกที่หนึ่งก็คือหางานที่เมกาไม่ได้ ต้องกลับเมืองไทย (ไม่น่านะ มันต้องได้สิ) กับทางเลือกที่สองถ้าได้งานที่เมกาก็ลองทำดูสักปีสองปี เก็บตัง เก็บประสบการณ์ แล้วก็จะกลับเมืองไทย ... แต่เมื่อเรียนจบ ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่สามารถหางานดีๆ ได้แล้ว เพราะว่าดันมาเรียนจบตอนเศรษฐกิจเมกาล่มพอดี ตอนนั้นคิดว่าได้งานอะไรก็เอาว่ะ ทำซักปีสองปีเก็บประสบการณ์แล้วกลับเมืองไทย
สรุปโชคชะตาเข้าข้างซัน ได้งานที่ไมโครซอฟ ตอนนั้นแทบไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย เหมือนถูกหวย ไม่ใช่แค่หางานที่เมกาในช่วงเศรษฐกิจพังได้แค่นั้น ยังได้งานที่ไมโครซอฟอีกต่างหาก OMG มากๆ ... ซันก็เลยย้ายมาเมือง Redmond, WA เริ่มทำงานกับไมโครซอฟ ตอนที่เริ่มทำงานก็ตั้งใจว่า "สามปี" เก็บตังได้ ใช้หนี้ค่าเล่าเรียนหมด จะกลับเมืองไทยละ จากที่บ้านมานานเหลือเกิน อยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัวบ้าง ชีวิตที่นี่ก็ happy ดีนะ มีอิสระ เพื่อนก็มีค่อนข้างเยอะ แต่มันไม่ได้สนิทมากนี่สิ ปกติก็ต้องอยู่คนเดียว เผชิญปัญญาเองคนเดียว เวลาป่วยหนักๆทีนี่เศร้ามาก เพราะรู้สึกว่าคงไม่มีคนที่นี่มาสนใจ ต้องดูแลตัวเองเอง ดูแลตัวเองดีๆ
และแล้วทำงานไปเรื่อยๆสักพักนึง ก็ถึงเวลาพักร้อน ลากลับไทยสองอาทิตย์ นี่เป็นการกลับไทยครั้งแรกในรอบสองปีกว่าที่ไม่ได้เหยียบเมืองไทยเลย (ได้เจอที่บ้านบ้างตอนคุณแม่มาเยี่ยม) พอกลับไทยความรู้สึกแรกสุดเมื่อออกจากสนามบิน คือ ... "โอ้วนี่กรุงเทพเหรอเนี่ย ทำไมมันช่างดูเก่าๆ สกปรก ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างนี้นะ" ตอนนั้นก็งงเหมือนกันว่าทำไมความรู้สึกต่อเมืองที่เคยอยู่มาตั้งแต่เกิดเปลี่ยนไปได้ขนาดนั้น ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันไม่น่าอยู่ตรงไหน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเมือง Bellevue หรือว่า Redmond ที่เป็นแบบเมืองใหม่ ทุกอย่างดูสะอาดเรียบร้อย ถนนเป็นระเบียบ การจราจรเป็นระเบียบ กรุงเทพก็กลายเป็นเมืองเก่าไปในทันใด ... ตอนนั้นตอนกลับเข้ามา ซันก็เริ่มคิดละ "ถ้าตัวเองมีสิทธิเลือก จะเลือกอยู่ที่ไหนดี?"
หลังจากกลับมาจากพักร้อนก็กลับมาทำงานต่อที่ไมโครซอฟ ชีวิตที่นี่ก็ดูลงตัวดี ถึงแม้จะเหงาๆ ไปนิด และหลายๆวันที่รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะทำ (นอกจากงาน) เรื่องอื่นๆก็ดูค่อนข้างโอเค เริ่มชินกับการดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ปล่อยให้ป่วยไปง่ายๆ พอเริ่มรู้สึกป่วยหน่อยก็รีบหาวิธีป้องกันทันที ชีวิตก็ราบรื่นดี เผลอแป็บเดียวก็ทำงานผ่านไปได้หนึ่งปีแล้ว พอครบหนึ่งปีก็ได้เลื่อนต่ำแหน่ง แถมยังได้ออฟฟิศใหม่ (ส่วนตัวชั่วคราว) การงานดูเริ่มเข้าที เริ่มปรับตัวกับงานได้ เมื่อทุกอย่างเหมือนจะลงตัว ก็มีความคิดประหลาดผุดขึ้นมาในสมองตีกันวุ่นวายไปหมด .. "เหลืออีกแค่สองปีเองเหรอเนี่ย ยังไม่ได้ทำงานที่อยากทำเท่าไหร่เลย แค่อีกสองปีจะพอเหรอ" .. "โห อีกสองปี งานการก็คงจะลงตัวมากกว่านี้ จะทิ้งงานที่มั่นคง รายได้ดีกลับไปเมืองไทยเหรอ กลับไปเมืองไทยแล้วจะทำอะไรหล่ะ" .. "โอ๊ย แต่ก็คิดถึงที่บ้านแหะ รู้สึกว่าตอนนี้สนิทกับที่บ้านน้อยลง อยากกลับไปใช้เวลากับที่บ้านอีก"
ไม่มีคำตอบใดๆสำหรับเส้นทางชีวิตของซันในตอนนี้ ความคิดทั้งสองฝ่ายยังคงต่อสู้กันอยู่ในสมอง ฝ่ายหนึ่งก็เลือกความทะเยอทยาน ความมุ่งมั่น เลือกงาน และความสำเร็จ อีกฝ่ายหนึ่งก็เลือกที่จะใช้ชีวิตกับครอบครัว กลับเมืองไทย กินอยู่แต่พอดี ... ในความสับสนซันก็ได้แต่หวังว่า สุดท้ายแล้วมันจะมีคำตอบที่ดีกว่า ทางเลือกที่เลือกทั้งความสำเร็จและครอบครัว เพียงแต่เส้นทางนั้นยังซ่อนเร้นอยู่ ณ ตอนนี้ และหวังว่าเราจะค้นพบมันก่อนที่จะสายเกินไป ..
